blog

  • 03
    12

    เพิ่มระบบความปลอดภัยในยุคดิจิทัล

    ถ้าหากจะพูดถึงภัยคุกคามร้ายแรงด้าน IT Security ที่เกิดขึ้นในปี 2014 ที่ผ่านมา คงไม่พ้น Heartbleed ที่แฮกเกอร์สามารถดักจับข้อมูลส่วนตัวอย่างง่ายดายผ่านการใช้งานเว็บไซต์ทั่วโลก หรือ Shellshock ช่องโหว่ที่ NIST ให้คะแนนความรุนแรงเต็ม 10 เพราะส่งผลกระทบให้สามารถรันโค้ด (Code) คำสั่งโจมตี Server เพื่อเข้ามาควบคุมคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ได้มากกว่า 500 ล้านเครื่องในโลกอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว การเพิ่มระบบความปลอดภัยในยุคดิจิทัลจึงเป็นเรื่องจำเป็น

    เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาทำให้หลายธุรกิจจำเป็นต้องเสริมและพัฒนาระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มีการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินหรือช่องทางการติดต่อและการสร้างภาพลักษณ์ของธุรกิจ รวมถึงการใช้งานของผู้ใช้งานทั่วไป ก็อาจเพิ่มโอกาสให้กับแฮกเกอร์ที่จะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจและส่งผลกระทบถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นตามไปด้วย

    ดังนั้น การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย การกำหนดนโยบายการเข้าถึงระบบไอทีต่าง ๆ ที่สำคัญขององค์กร ตลอดจนการตรวจสอบและมอนิเตอร์ระบบไอที อาจจะช่วยลดความเสี่ยงลง แต่ถ้าคุณต้องการเพิ่มความปลอดภัยที่มีความเชื่อมั่นในระดับสากล ทั้งยังช่วยลดต้นทุนให้กับระบบ IT Security ด้วยแล้ว CAT cyfence ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยระบบไอที นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะเรามีศูนย์ปฏิบัติการ SOC (Security Operation Center) ที่มีประสบการณ์ในการมอนิเตอร์ วิเคราะห์และแจ้งเหตุภัยคุกคามที่เกิดขึ้น โดยทำงานภายใต้มาตรฐาน ISO 270001 ซึ่งพร้อมดูแลระบบไอทีองค์กรตลอด
    จึงตอบสนองต่อภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถไว้วางใจในศักยภาพที่พร้อมป้องกันภัยคุกคามในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  • 03
    12

    การใช้ VPN เพิ่มความปลอดภัยในระบบเครือข่าย

    การติดต่อสื่อสารระหว่างกันภายในองค์กรบริษัทไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือต่างสถานที่ผ่านระบบโครงข่ายเซิร์ฟเวอร์ของทางบริษัทจำเป็นต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมมากเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลลับทางธุรกิจส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านช่องทางนี้เช่นกัน การใช้ระบบเครือข่าย VPN (Virtual Private Network) จะช่วยให้การส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทมีความปลอดภัยและรัดกุมมากขึ้น เพราะมีการเข้ารหัสด้วยตัวระบบก่อนที่ทำการส่งข้อมูลเสมอ จึงเป็นเรื่องยากหากผู้ไม่ประสงค์ดีจะมาดักและแท็บข้อมูลไปจากเครือข่าย

  • 03
    12

    4 วิธีป้องกันไวรัสและแฮกเกอร์

    ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทุกสำนักงานจำเป็นต้องมีและขาดเสียไม่ได้แล้ว บางครั้งพนักงานใช้คอมพิวเตอร์มากเสียกว่าปากกาด้วยซ้ำไป แม้คอมพิวเตอร์จะมีประโยชน์ต่อการทำงานค่อนข้างมากแต่ก็มีข้อบกพร่องอยู่พอสมควรเหมือนกัน ที่เห็นชัดที่สุดคงเป็นเรื่องไวรัสและเหล่านักแฮกเกอร์ทั้งหลายที่คอยลอบโจมตีระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์หรือขโมยข้อมูลของผู้ประกอบการอยู่ตลอด แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักแก้ไขปัญหาหลังจากติดไวรัสหรือโดนขโมยข้อมูลไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดอย่างมหันต์ เพราะเมื่อถึงเวลาอาจเกิดความเสียหายกับกับข้อมูลทางธุรกิจไปแล้วก็เป็นได้ ทางที่ดีผู้ประกอบการควรป้องกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้ไวรัสหรือแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของเราได้


  • 01
    11

    ทำไมต้องมีระบบป้องกันไวรัส

    การใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสเป็นสิ่งที่คุณควรทำเป็นอันดับแรก เพราะโปรแกรมเหล่านี้เป็นเหมือนบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะทำหน้าที่หลักอยู่สามส่วนคือ ป้องกันไวรัสที่จะเข้ามาในเครื่อง เป็นการตรวจดูไฟล์ที่จะเข้ามาในเครื่องว่าจะเป็นไวรัสหรือไม่ ? ตรวจจับไวรัสที่เล็ดลอดเข้ามา สแกนไฟล์ที่อยู่ในเครื่องว่าเป็นไวรัสหรือไม่? กำจัด (Delete)หรือกักกัน (Quarantines) ในกรณีที่พบไฟล์ไวรัส โปรแกรมป้องกันไวรัสจะทำการลบไฟล์นั้นทิ้ง แต่ถ้าพบว่าเป็นไฟล์ที่มีความเสียง แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไฟล์ไวรัสหรือลบไม่ได้ โปรแกรมจะทำการกักกันไฟล์ไม่ให้มีการทำงาน โดยการทำงานในสองส่วนแรกจะใช้การเปรียบเทียบฐานข้อมูลการทำงานของไวรัส (Definition) กับไฟล์ต้องสงสัยว่าเข้าข่ายที่จะเป็นไฟล์ไวรัสหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการลบหรือกักกันไฟล์ต้องสงสัยต่อไป

    สำหรับท่านที่สนใจหรือต้องการข้อมูลใดเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Ensilo distributor in thailand : info@infosec.co.th

  • 03
    12

    เคล็ดลับการรักษาความลับของคุณไว้ให้พ้นจากเงื้อมมือของผู้ไม่หวังดี

    หากคุณล็อกอินเข้าเว็บไซต์ไดๆโดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ ควรต้องล็อกเอาท์เสมอเมื่อเสร็จสิ้นการใช้งาน
    ตั้งรหัสผ่านยากๆเข้าไว้ รหัสผ่านยาวๆแต่จำง่ายก็ไม่ได้ช่วยให้มูลของคุณปลอดภัยเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจุบันมี software ที่สามารถถอดรหัสของคุณได้ภายในเวลาไม่กี่นาที การตั้งรหัสผ่านอาจจะมีการผสมระหว่างตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษต่างๆลงไปด้วย และควรมีความยาวตั้งแต่ 6 ตัวอักษรเป็นต้นไป
    จำ Passward ไว้ในหัว
    มีโปรแกรม Scan Virus ติดเครื่องไว้ เพื่อบ้องกัน Virus, Spyware, Trojan หรือ software ไม่หวังดีต่างๆที่อาจจะส่งข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์ของคุณไปให้ผู้อื่นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว
    ระวังเว็บไซต์ประเภท Phishing Scam เช่น เว็บไซต์ที่ทำเลียนแบบเว็บไซต์ธนาคาร โดยมีลักษณะหน้าตาและ URL ที่คล้ายคลึงกับเว็บไซต์หลัก ที่ทำให้เราเชื่อว่าเป็นเว็บไซต์จริงของธนาคาร และมักจะให้เราป้อน Username และ Password หรือข้อมูลบัตรเครดิต เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ภายหลัง เป็นการโจรกรรมทรัพย์สินชนิดหนึ่ง สามารถสังเกตได้ง่ายๆจาก URL ที่อาจจะมีความแตกต่างจากเว็บหลักไปเล็กน้อย ที่แน่ๆพิมพ์ URL เองจะดีกว่าคลิกตามลิงค์ผ่าน Google หรือ หรือเว็บไซต์ต่างๆ สามารถดูตัวอย่างการสังเกต Phishing Scam ได้ จาก
    https://online.kasikornbankgroup.com/K-Online/preLogin/popupPreLogin.jsp?lang=th
    เรื่องราวของ Password และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ไม่ได้จบเพียงแค่นี้ ยังมีอีกหลายเรื่องราวและสิ่งที่คุณควรรู้อีกมากมาย ซึ่งเราอาจจะนำมาเสนอในครั้งต่อไปให้เพื่อนๆได้อ่านกัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

1 2 3 4 5 6 7 8 9